วันศุกร์ที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2556

วิธีการเรียนรู้แบบ "สมอง" ที่กลับทางกับการเรียนรู้ของ "ใจ"

หลังจากอ่านบันทึกของ ศ.นพ.วิจารณ์ พานิช เรื่อง "วิธีเลี้ยงลูกให้มีนิสัยใจคอดี" ที่นี่   ทำให้เห็นความแตกต่างชัดเจนระหว่างการเรียนรู้ที่เอา "สมองเป็นฐาน" กับการเอา "ใจเป็นประธาน" ของชาวพุทธ .... เขาบอกว่า

  1. คุณสมบัติของสมองที่เกี่ยวข้องกับนิสัยใจคอคือ Effecive Function หรือ EF ซึ่งเกี่ยวกับความสามารถในการควบคุมตนเอง ความยืดหยุ่นซึ่งสำคัญต่อการเป็นนักเรียนรู้  การมีวินัยในตนเอง และความคิดสร้างสรรค์
  2. EF จะดีหรือไม่ ขึ้นอยู่กับการทำงานของสมองส่วน Amygdala (อมิกดาลา)  และ Prefrontal Cortex (สมองส่วนหน้า) โดยบอกว่า...สมองอมิกดาลาที่ยัง "เถื่อน" อยู่ จะส่งสัญญาณดิบๆ ไปยังสมองส่วนหน้าทำให้เครียด ความเครียดนี้เป็นอุปสรรคในการเรียนรู้ และเป็นตัวบ่อนทำลาย EF... 
  3. ท่านบอกว่า งานวิจัยชี้ว่า การทำสมาธิวิธีต่างๆ ทำให้อมิกดาลา "เชื่อง" ลงได้ และช่วยกำจัดมรุสุมความเครียด 
หากสังเกตและลองพิจารณา จะพบว่า
  • จะอธิบายเหตุที่ทำให้ "ใจ" เครียด หรือ มีความสุข เพราะสมองทำงานอย่างไร เช่น เมื่อสมองส่วนหน้าทำงาน จะทำให้มีความสุข เป็นต้น 
  • ในทางกลับกัน ทางพุทธ จะสอนว่า "ทุกอย่างมี "ใจ" เป็นใหญ่ เป็นประธาน ทุกอย่างสำเร็จได้ด้วยใจ"  นั่นคือ การอธิบายจะ "กลับทาง" กับการอธิบายข้างต้น เช่น เนื่องจากกิเลสครอบงำ ไม่ได้สิ่งที่อยากได้ อยากมี อยากเป็น หรือเป็นในสิ่งที่ไม่อยากเป็น ทำให้ "ใจเครียด"  ทำให้สมองทำงานอย่างนั้นๆ เป็นต้น
  • หรือ เมื่อ "ใจเป็นสมาธิ" จะทำให้เลือดไปเลี้ยงสมองส่วนหน้า ทำให้รู้สึกว่ามีความสุข เป็นต้น ....
โดยสรุปว่า ตอนนี้มีความเห็นที่แตกต่างกัน 2 ทาง คือ
  1. เข้าใจว่าทุกอย่างเริ่มที่สมอง สมองเป็นใหญ่ กับ
  2. เข้าใจว่าทุกอย่างอยู่ที่ใจ ใจเป็นใหญ่ ใจเป็นประธาน
ท่านว่าไงครับ....

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น