วันจันทร์ที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2557

ความไม่เข้ากันของบริบทของไทยกับการศึกษาที่ไปเอามาจากต่างชาติ

ผมอ่านบันทึกของ นพ.วัลลภ พรเรืองวงศ์ เรื่อง "ฝรั่ง (ชาวตะวันตก) คิดต่าง ไม่เหมือนคนตะวันออกอย่างไร" เกิดแรงบันดาลใจที่จะนำมาบอกต่อ และตีความ เพื่ออธิบายสาเหตุที่ทำให้การศึกษาไทยล้มเหลว...ซึ่งผมมีความเห็นว่า เป็นเพราะการศึกษาของไทยเราไปเอาของ "เขา" มาสวม โดยที่ไม่ได้รวมบูรณากับการศึกษาบนฐานบริบทของตนเอง  ดังจะยกตัวอย่างดังนี้ครับ

3). เมื่อมีความเห็นต่าง หรือความเห็นไม่ตรงกัน
ชาวตะวันตกมีแนวโน้มจะคุยกันต่อหน้าโดยใช้เหตุผล ชาวตะวันออกมีแนวโน้มจะหลีกเลี่ยง โดยคุยเรื่องอื่นแทน และไปนินทากันลับหลัง ทำให้ความขัดแย้งสะสม พอกพูน หมกเม็ดไว้... ในระยะยาว

บริบทของคนไทย ผู้คนส่วนใหญ่มีใจเมตตา เอื้อเฟื้อ ถนอมน้ำใจ และที่สำคัญที่สุดคือพร้อมจะให้อภัยเสมอ ในหลักคำสอนของศาสนาพุทธที่คนไทยนับถือ มีข้อกำหนดชัดว่าไม่ให้นินทาลับหลัง หรือว่าร้ายต่อหน้ากัน เพราะเหตุและผลนั้นเป็นเรื่องความคิดความเห็น ทุกคนมีเหตุผลของตนเอง สิ่งสำคัญคือเหตุผลบนความถูกต้องตามหลักคุณธรรม

นักการศึกษา ให้เน้นการแสดงเหตุและผลต่อหน้า ให้กล้าแสดงความคิดความเห็น เด็กที่ไม่ได้เป็นอย่างนี้ ก็บอกว่าไม่มีความรู้ความสามารถ ไม่ฉลาด .....นี่จึงไม่เหมาะกับบริบท

สิ่งที่ควรจะปรับคือ เน้นเหตุและผลบนความถูกต้องตามหลักคุณธรรม เน้นการแสดงเหตุและผลแบบ "ปิดบัง" คือไม่แสดงต่อหน้า  การออกแบบการแสดงความคิดเห็นที่ควรจะเป็น น่าจะเน้นการเขียนแบบไม่ลงชื่อ มากกว่าการยืนพูดหน้าห้อง..... 


(9). วิถีชีวิต
ชาวตะวันตกชอบชีวิตอิสระ ต่างคนต่างอยู่ ไม่ก้าวก่ายเรื่องส่วนตัว
ชาวตะวันออกชอบพบปะสังสันทน์ ชอบซอกแซกเรื่องคนอื่น สอดรู้สอดเห็น

นักการศึกษา เข้าใจว่า การศึกษาต้องต่างคนต่างทำ เป็นแบบสอนเดี่ยว เรียนเดี่ยว แข่งขันชิงดี นำเอาระเบียบวิธีวิจัยแบบวิทยาศาสตร์มาใช้กับสังคมวัฒนธรรมแบบสังคมศาสตร์มนุษย์ศาสตร์ ต้องตีพิมพ์ต่างชาติทั้งที่ ทั้งๆ ที่ในพื้นที่ขาดองค์ความรู้ ทำให้เรื่องหน้างานกลายเป็น "วิชาการ" ที่ครูส่วนใหญ่เกลียดขยาด  

สิ่งที่ควรปรับ คือ ใช้จุดเด่นที่ชอบคุยกัน ชอบพบปะสังสันทน์ มาคุยเรื่องงานเรื่องนักเรียนกันบ้าง จัดการความรู้แบบที่ดูไม่ต้องมีรูปแบบ วิจัยเพื่อแก้ปัญหาหน้างานร่วมกันแบบเริ่มจากง่ายๆ ไม่ต้องมีระเบียบวิธีมากมาย ใช้ความบ้า Social Network มาเป็นเครื่องมือสร้างสังคมแห่งความรู้